|
ใน ปัจจุบันระบบกระแสทุนนิยมเข้ามามีอิทธิพลต่อการเปลี่ยน แปลงของสังคมไทย เป็นอย่างยิ่ง การศึกษาถือเป็นสิ่งสำคัญในการเป็นรากฐานของการพัฒนาคุณภาพชีวิต คนทุกระดับในสังคมต่างต้องได้รับการศึกษาและจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากทุนนิยมอัน ใช้เงินในการขับเคลื่อนเข้ามาเป็นปัจจัยหลักของการจัดระบบการศึกษาไทย
ระบบ ทุนนิยม คือ ระบบที่ให้คุณค่ากับการที่ราคาถูกตัดสินในตลาดเสรี โดยการค้าที่เป็นผลมาจากการตกลงด้วยความสมัครใจของผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งแก่นแท้ของระบบทุนนิยมก็คือการที่ได้ถือครองสิทธิส่วนบุคคล ระบบทุนนิยมจะไม่มีความเชื่อมั่นในการจัดสรรทรัพยากรโดยส่วนกลาง ตลาดจะเป็นผู้จัดสรรทรัพยากรได้ดีที่สุดรัฐเป็นเพียงคนคุมกติกาหรือกลไกให้ ตลาดทำงานเท่านั้นจะไม่เข้ามาทำหน้าที่จัดการแทน ตลาดจึงเป็นผู้จัดการเองตามธรรมชาติ หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ทั่วโลกหันมาแข่งขันกันในด้านการค้ามากขึ้น เน้นการแข่งขันทางการตลาดให้ความสำคัญกับระบบทุนมากขึ้น ณ ปัจจุบันทุนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดกลไกตลาด เมื่อทุนเริ่มมีอิทธิพลก็เริ่มแปรเปลี่ยนระบบต่างๆในสังคมให้กลายเป็นวิถี การตลาดภาคธุรกิจ เช่น เศรษฐกิจ สังคมและการศึกษา เป็นต้น ในอดีตการ ศึกษาถือได้ว่า เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาความรู้และทักษะของมนุษย์ เน้นให้เกิดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพื้นฐานทางสังคมเป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน การศึกษาไทยกลับถูกจัดระบบใหม่เพื่อให้เกิดความสอดคล้องรองรับกับระบบทุน นิยมไม่คำนึงถึงความสอดคล้องทางวัฒนธรรมและสังคม อันเป็นพื้นฐานเดิมในสังคม ทำให้โอกาสทางการศึกษามีอิทธิพลต่อการกำหนดอาชีพและการยอมรับของคนในสังคม ระบบ การศึกษาในปัจจุบันเจริญเติบโตตามกระแสทุนนิยม เกิดระบบทุนนิยมทางวิชาการมอง การศึกษาเป็นสินค้าโดยเฉพาะระดับอุดมศึกษาจะมีสินค้าออกมาให้คนในสังคม บริโภคหลากหลาย ซึ่งมีจุดประสงค์สำคัญคือขอให้ได้เพียงวุฒิการศึกษาเท่านั้นแต่ไม่สนใจ เรื่องของคุณภาพ เงินเป็นปัจจัยสำคัญในการบริโภคสินค้าเหล่านี้มากขึ้น เพราะฉะนั้นปัญหาก็จะเกิดกับคนยากจนที่ไม่มีเงินส่งลูกเรียนในระดับอุดม ศึกษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงได้ ความหมายของการศึกษาได้ถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นกลไกหนึ่งของการลงทุน คนรวยเท่านั้นที่จะเรียนสถาบันชั้นดีได้คนจนถูกคัดออกตั้งแต่ระดับประถมด้วย ซ้ำไป ถึงแม้รัฐจะมีนโยบายให้มีการขยายโอกาสทางการศึกษามากขึ้นแต่ก็ยังต้องเสีย ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ในแง่นโยบายหรืออุดมการณ์ ของมหาวิทยาลัยโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาเป็นไป เพื่อสนองต่อระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมโดยมองจากภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในสังคม เน้นการผลิตบัณฑิตให้สนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน มหาวิทยาลัยเริ่มมีการบริหารจัดการคล้ายระบบธุรกิจ เริ่มแสวงหากำไรมากขึ้น มีการพยายามสร้างความโดดเด่นเรื่องหลักสูตรเพื่อดึงดูดคนให้มาซื้อบริการมา เป็นลูกค้า(นักศึกษา)ในสถาบันของตน เน้นการผลิตบัณฑิตจำนวนมากแต่กลับลดต้นทุนการผลิต โดยการจ้างอาจารย์,บุคลากรหรือใช้สื่อ อุปกรณ์ต่างๆในระดับคุณภาพที่ต่ำลง ก่อให้เกิดเป็นการศึกษาที่ไร้ประสิทธิภาพ การจัดการศึกษาในสังคมไทย ทุกระดับโดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษาภายใต้กระแสทุน นิยม มีทั้งฝ่ายที่ได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์ซึ่งจะเอื้อให้ได้ประโยชน์มาก น้อยขึ้นอยู่ที่ว่า ใครเป็นผู้จัดการและควบคุมการที่จะสามารถเข้าไปเป็นนิสิตในสถานศึกษาเหล่า นั้นได้ยิ่งเป็นสถานศึกษาของเอกชนก็ยิ่งมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้นหลายเท่า ส่วนผู้ที่เสียประโยชน์และเสียเปรียบเดือดร้อนก็คงจะไม่พ้นคนยากจนที่ต้อง แบกรับภาระค่าใช้มากขึ้น แต่สำหรับคนรวยก็คงจะไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่นัก ใน เมื่อการศึกษาเปรียบเหมือนสินค้าที่อยู่ภาคใต้ระบบการผลิตที่เน้นผลกำไร สูงสุดเน้นการแข่งขัน คงจะเป็นการยากถ้าหากจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการศึกษาสมัยนี้ตราบใดที่สังคม ยังคงยืนกรานที่จะเดินตามรอยเท้าฝรั่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องมาหาข้อสรุปให้กับตัวเองก็คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสภาพสังคมแบบนี้ได้อย่างมีความสุขและ ไม่เดือดร้อนมากกว่าจะมานั่งคิดทบทวนหาวิธีการเปลี่ยนแปลง เพราะดิฉันคิดว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาได้สอนให้เราทุกคนรับรู้เลยว่า มันเสียเวลาเปล่าจริงๆ จะเห็นได้ว่า การศึกษาไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงที่ยึดโยงกับทุนนิยมมาก ขึ้น การศึกษาไม่ได้เป็นเพียงกลไกหนึ่งในการแสวงหาความรู้แต่ยังเป็นอีกกลไกหนึ่ง ในการลงทุนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อีกด้วย จึงทำให้เกิดคำถามที่ว่า แท้จริงแล้วใครกันแน่ที่ได้รับผลประโยชน์จากการศึกษา ใช่นักศึกษาจริงหรือ ? ที่มา : http://www.kruthai.info |
||
|
|
||













