การ รณรงค์การประหยัดน้ำมัน วิธีการหนึ่งที่จะช่วยทั้งประหยัดน้ำมันและเงินในกระเป๋า ก็คือการหันมาใช้แก๊ส แต่ว่าทำไมเราจึงสามารถใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์แทนน้ำมันได้
ก่อนอื่นต้องมาดูก่อนว่าน้ำมันคืออะไร น้ำมันรถยนต์ที่เราใช้ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซินหรือน้ำมันดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบในช่วงอุณหภูมิที่แตกต่างกัน องค์ประกอบส่วนใหญ่ของน้ำมันทั้งสองชนิดก็คือสารประกอบไฮโดรคาร์บอน สารประกอบไฮโดรคาร์บอนหมายถึงสารประกอบที่ภายในโมเลกุลของมันมีเฉพาะธาตุ คาร์บอนกับไฮโดรเจนเท่านั้น
ทีนี้มาดูแก๊สกันบ้าง แก๊สที่นำมาใช้กับรถยนต์ ก็เป็นพลังงานปิโตรเลียมชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกันกับน้ำมันนั่นเอง คือเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อนำมาเผาไหม้ก็จะให้พลังงานออกมาเหมือนกันจึงใช้แทนกันได้
ความหมายของแก๊สแต่ละชนิด แก๊ส NGV CNG และ LPGแก๊สทั้งหมดนี้เป็นแก๊สที่ใช้กับรถยนต์ ซึ่งก่อนอื่นคงต้องดูความหมายของแต่ละตัวกันก่อน
ตัวแรก
NGV มาจากคำว่า Natural Gas Vehicles ซึ่งถ้าแปลความหมายตามศัพท์ภาษาอังกฤษ จะหมายถึงตัวยานยนต์หรือยานพาหนะที่ใช้แก๊สธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงอย่าง เช่น รถเมล์ ขสมก. สีสม ที่ติดสติกเกอร์ว่า NGV หรือรถแท็กซี่ที่ใช้แก๊สธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง เราจะเรียกรถเมล์หรือรถแท็กซี่เหล่านี้ว่า NGV ซึ่งจะไม่ได้หมายถึงตัวแก๊สที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง และจริงๆ แล้วตัวแก๊สธรรมชาติอัดที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Compressed Natural Gas หรือ CNG นั่นเอง ดังนั้นถ้าพูดกันตามรากศัพท์จริงๆ แล้ว NGV จะหมายถึงตัวรถ แต่ CNG จะหมายถึงตัวแก๊สที่ใช้กับรถ แต่ว่าในปัจจุบันเราใช้คำว่า แก๊ส NGV จนเป็นที่เข้าใจตรงกันแล้วว่า หมายถึงตัวแก๊สธรรมชาติอัดที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งก็เหมือนกับยี่ห้อสินค้าที่เราเรียกกันจนติดปากนั่นเอง ดังนั้นจึงอนุโลมให้ใช้ได้ ไม่ว่าจะเรียกว่า แก๊ส NVG หรือ แก๊ส CNG ก็จะหมายถึงตัวเดียวกัน
ต่อมาอีกตัวคือแก๊ส
LPG มาจากคำว่า Liquified Petroleum Gas คือ แก๊สธรรมชาติเหลวหรือรู้จักกันมานานในนามของ "แก๊สหุงต้ม"
นั่น หมายความว่า แก๊ส NGV กับแก๊ส CNG ก็คือแก๊สตัวเดียวกัน ส่วนแก๊ส LPG จะเป็นอีกตัวหนึ่ง ซึ่งก็คือแก๊สหุงต้มที่ใช้กันตามบ้านเรือนนั่นเอง
องค์ประกอบของแก๊ส แก๊ส NGV ก็คือแก๊สธรรมชาติอัด ซึ่งแก๊สธรรมชาติได้มาจากการทับถมกันของซากพืชซากสัตว์ตามชั้นหินดินเป็น เวลาหลายร้อยล้านปี โดยที่ซากเหล่านี้จะถูกความร้อนและความกดดันในชั้นหินนั้นทำให้แปรสภาพเป็น แก๊สธรรมชาติเกิดขึ้น ซึ่งองค์ประกอบหลักของแก๊สธรรมชาติส่วนใหญ่ก็คือแก๊สมีเทน ซึ่งในการนำมาผลิตเป็นแก๊ส NGV เราก็จะนำมาผ่านกระบวนการอัดที่ความดันสูง โดยอัดเก็บไว้ในถังเพื่อความสะดวกในการขนส่งและการใช้งาน แต่อย่างไรก็ตามภายในถังก็ยังคงมีสถานะเป็นแก๊สอยู่
ส่วนแก๊ส LPG มีองค์ประกอบเป็นแก๊สโพรเพนและแก๊สบิวเทนผสมกันอยู่ จะเป็นอัตราส่วนเท่าใดก็ได้ ซึ่งในบางครั้งอาจจะใช้แก๊สโพรเพนหรือบิวเทนเพียงอย่างเดียว แต่ในประเทศไทย แก๊ส LPG ที่ใช้กันได้มาจากการผสมแก๊สโพรเพน 70 ส่วน ต่อ บิวเทน 30 ส่วน แล้วแก๊สโพรเพนกับบิวเทนได้มาจากไหน ส่วนใหญ่ได้มาจากการแยกแก๊สธรรมชาติและก็ยังได้มาจากการแยกน้ำมันดิบในโรง กลั่นน้ำมันอีกด้วย และในการนำแก๊ส LPG มาใช้ เราจะนำมาอัดใส่ลงถังเพื่อความสะดวกในการขนส่งเช่นเดียวกับ NGV แต่แก๊สจะอยู่ในสถานะของเหลว
ข้อดีและข้อเสียของแก๊สแต่ละชนิด ในเรื่องของการเผาไหม้ ทั้งแก๊ส NGV และ LPG ค่อนข้างเผาไหม้ได้สมบูรณ์ คือมีเขม่าและมลพิษน้อย ถ้าเปรียบเทียบกับน้ำมันก็เรียกได้ว่าสะอาดกว่า แล้วก็ดีกว่าสิ่งแวดล้อมมากกว่า
แต่ถ้าดูในเรื่องของความปลอดภัย แก๊ส NGV ดูค่อนข้างจะปลอดภัยมากกว่าเนื่องจากองค์ประกอบก็คือแก๊สมีเทน มีน้ำหนักเบากว่าอากาศ ดังนั้นเมื่อเกิดการรั่วไหล แก๊สจะลอยขึ้นด้านบนทันที แต่ถ้าเป็นแก๊ส LPG หรือรวมทั้งน้ำมันเบนซินหรือน้ำมันดีเซลก็ตาม พวกนี้จะหนักกว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วไหลออกมาก็จะกระจายสะสมอยู่ตามพื้นราบ ทำให้ติดไฟได้ง่าย ดังนั้นสำหรับแก๊ส LPG แล้ว เนื่องจากองค์ประกอบคือแก๊สโพรเพนกับบิวเทนนั้นไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยจึงมีการเติมสารเคมีลงไปเพื่อให้มีกลิ่น จะได้ทราบว่าแก๊สมีการรั่วไหลออกมา
ราคาแก๊ส NGV จะถูกกว่า LPG คือประมาณ 8.50 บาท ต่อ กิโลกรัม ส่วน LPG ราคาประมาณ 16.81 บาทต่อกิโลกรัม แต่อย่างไรก็ตามราคาจะถูกกว่าน้ำมันทั้งคู่
ในการเปลี่ยนเชื้อเพลิงที่ใช้กับรถยนต์จากน้ำมันมาเป็นแก๊สก็คงทำไม่ได้ ทันที เพราะต้องคำนึงถึงเหตุผลหลายๆ อย่างด้วยกัน อันแรกก็คือเรื่องของเครื่องยนต์ โดยทั่วไปเครื่องยนต์จะออกแบบมาเพื่อใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง การเปลี่ยนมาใช้แก๊สก็ต้องมีการดัดแปลงเครื่องยนต์ใหม่ ซึ่งในสวนนี้ก็มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นหรือแม้แต่ถ้าเดิมเป็นรถยนต์ที่ใช้แก๊ส LPG อยู่แล้ว อย่างเช่นรถแท็กซี่ ถ้าอยากจะเปลี่ยนมาใช้แก๊ส NGV แทน ก็ไม่สามารถเติมแก๊ส NGV ได้ทันทีนะคะ เพราะว่าแรงดันของแก๊ส NGV มีมากกว่า ถ้าใช้ถังเชื้อเพลิงเดิมมาอัดแก๊ส NGV เลย ก็จะทำให้ระเบิดได้ ดังนั้นต้องมีการ
เปลี่ยนถังเชื้อเพลิงใหม่ ซึ่งก็เป็นค่าใช้จ่ายอีกเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ต้องคำนึงถึงจำนวนสถานีที่ให้บริการเติมแก๊ส ปัจจุบันก็นับว่ายังมีน้อยอยู่ โดยจากข้อมูลที่มีตอนนี้ สถานีเติมแก๊ส LPG จะมีอยู่ประมาณ 200 กว่าแห่งทั่วประเทศ ส่วนสถานีเติมแก๊ส NGV มีอยู่เพียง 30 กว่าแห่งเท่านั้นเอง ซึ่งน้อยมาก แต่ในอนาคตก็คาดว่าน่าจะมีเพิ่มขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นแก๊สธรรมชาติหรือน้ำมัน ทั้งสองอย่างก็เป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดสิ้นไป และในกระบวนการสร้างต้องใช้เวลานานเป็นล้านๆ ปี ดังนั้นจึงอยากรณรงค์ให้ทุกๆ ท่านเห็นคุณค่าของเชื้อเพลิงเหล่านี้ ถ้ามีโอกาสที่จะช่วยกันประหยัดได้ก็ช่วยกัน เราจะได้มีพลังงานไว้ใช้นานๆ
ที่มา : www.ipst.ac.th