| การให้เหตุผล (คณิตศาสตร์ ม.4) |
|
|
|
| Written by ติวเตอร์ โกโฮม | |||||||||||
:~: Tutor Go Home :~: รับ สอนพิเศษ เรียนพิเศษ เรียนตัวต่อตัว กวดวิชา ติวเตอร์ ตามบ้านทุกระดับชั้น ทุกวิชา ตามจะสั่ง
2.มัธยม 4-6 วิชา คณิตศาสตร์ เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ สังคม ไทย คอมพิวเตอร์ รับติวเด็กมหาลัยทุกวิชา ทุกสถาบัน 3.สอบตรง Smart-1 CU-TEP CU-AAT CU-TTP CU-TMC CU-TAD CU-MATH CU-ATS 4.ภาค Inter GED IGCSE/GCEเน้น ทักษะการทำโจทย์พลิกแพลงโจทย์ เนื้อหาครอบคลุมหลักสูตร เทคนิคการคิดลัดและจดจำมากมายรับรองว่าน้องๆจะไม่ผิดหวัง เหมาะสำหรับเรียนล่วงหน้าเพื่อเพิ่มเกรด หรือเตรียมตัวสอบเข้าเรียนในสถาบันที่มีชื่อเสียงการปูพื้นฐานการเรียนและ เข้าใจเนื้อหาที่เรียนจะเป็นก้าวแรกที่ทำให้เรารับเนื้อหาใหม่ๆได้ดีกว่าไม่ มีพื้นฐานที่ดี สอนโดยพี่ ป.ตรี และพี่นักศึกษาแพทย์ พร้อมสอนเทคนิคการเรียนที่ง่ายที่ไม่ควรมองข้าม สนใจติดต่อ 086-710-3330
วันนี้เรามาเรียนเรื่อง การให้เหตุผล ซึ่งเป็นเรื่องแรกๆที่น้องๆที่ขึ้น ชั้น ม.4 จะได้เรียนกัน บางครั้งน้องหลายคนก็มองว่า การให้เหตุผล ไม่ค่อยจะนับว่าเป็นคณิตศาสตร์เท่าไหร่ แต่จริงๆแล้ว การให้เหตุผลในทางคณิตศาสตร์นั้น จะไม่ได้ใช้หลักการให้เหตุผลโดยอารมณ์หรือมุมมองตามที่คนส่วนมากใช้กัน แต่จะใช้หลักการของตรรกศาสตร์ เข้ามาช่วยวิเคราะห์ว่า เหตุและผลที่นำมาพูดถึงนี้ ทางคณิตศาสตร์นับว่าเป็นความจริง หรือไม่ อย่างไร
การให้เหตุผลคืออะไรการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ (หรือการอ้างเหตุผล) คือ กระบวนการคิดของมนุษย์ และสื่อความหมายกับผู้อื่นด้วยภาษา ซึ่งประกอบด้วยข้อความ หรือประโยคกลุ่มหนึ่งที่ยกขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้ได้ข้อความ หรือประโยคตามมา มักจะแสดงในส่วนของ เหตุ เราเรียกข้อความกลุ่มแรกนี้ว่า ข้ออ้าง (Premisses) และข้อความอีกชุดหนึ่งที่แสดงในส่วนของ ผล จะถูกเรียกว่า ข้อสรุป (Conclusion) เช่น เหตุ ช้างเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ผล ช้างต้องกินอาหาร (เรียกว่า ข้อสรุป) ข้อความแต่ละข้อความของการให้เหตุผล จะอยู่ในรุปข้อความที่แสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นการยืนยัน หรือปฎิเสธ ซึ่งจะมีค่าความจริงเป็น จริง หรือ เท็จ อย่างใดอย่างหนึ่ง การให้เหตุผลแบ่งออกเป็นสองแบบคือ1. การให้เหตุผลแบบอุปนัย (Inductive Reasoning)นิยาม: การให้เหตุผลแบบอุปนัย หมายถึง วิธีการสรุปในการค้นคว้าความจริงจากการสังเกตหรือทดลองหลายครั้งจากกรณี ย่อยๆแล้วนำมาสรุปเป็นความรู้แบบทั่วไป เป็นการให้เหตุผลโดยใช้ข้อสังเกตุ ผลการทดลองย่อย หรือความจริงส่วนย่อยที่พบเห็น มาสรุปเป็นข้อตกลง หรือข้อคาดเดาทั่วไป รวมไปถึงคำพยากรณ์ด้วย การหาข้อสรุปหรือความจริงโดยวิธีการให้เหตุผลแบบอุปนัยนั้น ไม่จำเป็นจะต้องถูกต้องทุกครั้ง เนื่องจากเป็นการสรุปผลจากข้อเท็จจริงที่มีอยู่ โดยข้อสรุปที่ได้จะมีความถูกต้องมากเท่าใดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับสามอย่างต่อไปนี้
2. การให้เหตุผลแบบนิรนัย (Deductive Reasoning)เป็นการนำความรู้พื้นฐานที่อาจเป็นความเชื่อ ข้อตกลง กฏ หรือบทนิยาม ซึ่งเป็นสิ่งที่รู้มาก่อนและยอมรับว่าเป็นจริง เพื่อหาเหตุผลนำไปสู่ข้อสรุป การให้เหตุผลแบบอุปนัย ต่างจาก การให้เหตุผลแบบนิรนัย อย่างไรการให้เหตุผลแบบอุปนัยจะต้องมีกฎของความสมเหตุสมผลเฉพาะของตนเอง นั่นคือ จะต้องมีข้อสังเกต หรือผลการทดลอง หรือ มีประสบการณ์ที่มากมายพอที่จะปักใจเชื่อได้ แต่ก็ยังไม่สามารถแน่ใจในผลสรุปได้เต็มที่ เหมือนกับการให้เหตุผลแบบนิรนัย ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าการให้เหตุผลแบบนิรนัยจะให้ความแน่นอน แต่การให้เหตุผลแบบอุปนัย จะให้ความน่าจะเป็น Tags:
|

ปลอดภัย!!!
รับประกันความพอใจ
ได้ผล
ตรงหลักสูตรปัจจุบัน
เลือกผู้สอนได้